Home Wiki น้องหมา ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
Labrador Retriever

ลาบราดอร์
รีทรีฟเวอร์

DOG ใหญ่ CARE: ปานกลาง สุนัขสายพันธุ์ใหญ่

ทำความรู้จักลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สุนัขเป็นมิตรอันดับหนึ่งของโลก ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

Lifespan
11–13 ปี
ขนาด
ใหญ่
การดูแล
ปานกลาง
Origin
Newfoundland
แชร์
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สีเหลือง นั่งอยู่บนสนามหญ้า ยิ้มกว้าง
— Labrador Retriever —
FAMILY
FRIENDLY
★★★★★
Overview

ภาพรวม — Labrador Retriever

01

ทำความรู้จักลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สุนัขเป็นมิตรอันดับหนึ่งของโลก ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีนิสัยโดดเด่นคือ เป็นมิตร ขี้เล่น ฉลาด และอดทน มีถิ่นกำเนิดจากNewfoundland, Canada / United Kingdom ด้วยขนาดใหญ่ และอายุขัยเฉลี่ย 11–13 ปี ระดับการดูแลอยู่ในระดับปานกลาง — เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมให้เวลาและความใส่ใจ

ขนาดใหญ่อายุขัย11–13 ปี
น้ำหนัก25–36 กก. ส่วนสูง / ความยาว54–62 ซม.
นิสัยเป็นมิตร · ขี้เล่น · ฉลาด · อดทน
ระดับการดูแลปานกลาง OriginNewfoundland, Canada / United Kingdom
History

ประวัติสายพันธุ์ — Newfoundland

02
Buccleuch Avon ลาบราดอร์แม่พันธุ์สำคัญจากสายพันธุ์ Duke of Buccleuch ถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1885 — หนึ่งในต้นสายของลาบราดอร์สมัยใหม่
Buccleuch Avon ลาบราดอร์แม่พันธุ์สำคัญจากสายพันธุ์ Duke of Buccleuch ถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1885 — หนึ่งในต้นสายของลาบราดอร์สมัยใหม่ ที่มา: Wikimedia Commons

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Canis lupus familiaris) มีต้นกำเนิดจากสุนัขชาวประมงในเกาะนิวฟันด์แลนด์ แคนาดา ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สายพันธุ์ดั้งเดิมที่เรียกว่า St. John’s Water Dog ถูกใช้งานดึงอวน คาบปลาที่หลุดจากเบ็ด และว่ายน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกที่หนาวเย็นในสภาพอากาศรุนแรง ขนสองชั้นที่กันน้ำได้และนิสัยรักน้ำคือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษชาวประมงเหล่านั้น

ในช่วง ค.ศ. 1830 Earl of Malmesbury ได้นำสุนัขเหล่านี้มาจากแคนาดาสู่อังกฤษ และร่วมกับ Duke of Buccleuch ในการเพาะพันธุ์อย่างเป็นระบบ สายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมีนิสัยอ่อนโยน ปากนุ่ม (soft mouth) คาบสัตว์ล่าได้โดยไม่ทำให้เสียหาย และว่ายน้ำเก่งเป็นพิเศษ — คุณสมบัติที่ทำให้กลายเป็นสุนัขล่าสัตว์ที่สมบูรณ์แบบ Kennel Club ของสหราชอาณาจักรรับรองสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1903

วันนี้ลาบราดอร์ไม่ใช่แค่สุนัขล่าสัตว์อีกต่อไป พวกเขาคือสุนัขนำทางผู้พิการทางสายตา สุนัขค้นหาและกู้ภัย สุนัขตรวจจับยาเสพติดและระเบิด รวมถึงสุนัขบำบัดในโรงพยาบาลทั่วโลก ในประเทศไทย ลาบราดอร์เป็นที่นิยมในครอบครัวที่มีเด็กเล็กเนื่องจากนิสัยอดทนและเป็นมิตรสูงมาก

ต้น 1800s
St. John's Water Dog

ชาวประมงในนิวฟันด์แลนด์ใช้สุนัข St. John's Water Dog ดึงอวนและเก็บปลาในน้ำเย็น

1830s
เดินทางสู่อังกฤษ

Earl of Malmesbury นำสุนัขสายพันธุ์นี้จากแคนาดามาเพาะพันธุ์ในอังกฤษเพื่อใช้ล่าสัตว์

1885
Buccleuch Avon

Duke of Buccleuch และ Earl of Malmesbury ร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นมาตรฐาน

1903
UK Kennel Club รับรอง

Kennel Club ของสหราชอาณาจักรรับรองลาบราดอร์อย่างเป็นทางการในชื่อ Labrador Retriever

1917
AKC รับรอง

American Kennel Club ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์ เปิดทางให้ลาบราดอร์แพร่หลายในอเมริกา

ปัจจุบัน
อันดับ 1 โลก

สุนัขยอดนิยมอันดับต้นของโลก ใช้งานเป็นสุนัขนำทาง สุนัขตำรวจ และสุนัขบำบัด

Traits

นิสัยและบุคลิกประจำสายพันธุ์

03
เป็นมิตรกับเด็ก สูงมาก · 5/5
เข้ากับสัตว์อื่น สูงมาก · 5/5
ความฉลาด · ฝึกได้ สูงมาก · 5/5
ความต้องการออกกำลังกาย สูง · 4/5
การร่วงของขน ค่อนข้างสูง · 4/5
เสียงเห่า ปานกลาง · 2.5/5
เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน ปานกลาง · 2/5
อยู่คนเดียวได้ ปานกลาง · 2.5/5
Variants

สีและพันธุ์ย่อย

04
สีเหลือง (Yellow)
สีเหลือง (Yellow)
สีทองอ่อนถึงครีม พบมากที่สุดในประเทศไทย นิยมเป็นสุนัขนำทางและสุนัขบำบัด
สีดำ (Black)
สีดำ (Black)
สีดำเงาสม่ำเสมอ เป็นสีดั้งเดิมที่พบมากที่สุดในการล่าสัตว์ภาคสนาม
สีช็อกโกแลต (Chocolate)
สีช็อกโกแลต (Chocolate)
สีน้ำตาลเข้มถึงช็อกโกแลต บันทึกครั้งแรก ค.ศ. 1892 มีอายุขัยสั้นกว่าสองสีอื่นเล็กน้อย
Care

การดูแลในแต่ละวัน

05
1

การออกกำลังกาย

ลาบราดอร์ต้องการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60–90 นาที — เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือเล่นโยนรับ (fetch) เหมาะมากที่สุด สุนัขที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะเบื่อและทำลายสิ่งของ

💡 ว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับข้อต่อของลาบราดอร์
2

การดูแลขน

แปรงขนสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ด้วย rubber curry brush เพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง อาบน้ำทุก 4–6 สัปดาห์ ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลขนจะร่วงมากเป็นพิเศษ

💡 ใช้ deshedding tool ในช่วงผลัดขนเพื่อลดขนที่ฟุ้งในบ้าน
3

การจัดการน้ำหนัก

ลาบราดอร์เสี่ยงโรคอ้วนสูงมากเนื่องจากยีน POMC ที่ทำให้รู้สึกหิวตลอดเวลา ควบคุมปริมาณอาหารอย่างเคร่งครัด และงดอาหารเสริมที่ไม่จำเป็น

💡 ชั่งน้ำหนักทุกเดือน น้ำหนักปกติตัวผู้ 29–36 กก. ตัวเมีย 25–32 กก.
4

สุขภาพช่องปาก

แปรงฟันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ด้วยยาสีฟันสำหรับสุนัข ลาบราดอร์มีแนวโน้มเกิดคราบหินปูนเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น

💡 ของขบเคี้ยว dental chew ช่วยได้แต่ไม่สามารถทดแทนการแปรงฟัน
5

การฝึก

เริ่มฝึกตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ด้วยวิธี positive reinforcement ลาบราดอร์เรียนรู้เร็วมากและชอบทำให้เจ้าของพอใจ แต่วัยรุ่น (6–18 เดือน) อาจดื้อและมีพลังล้นเกิน

💡 training session สั้น 10–15 นาที ได้ผลดีกว่าการฝึกยาวๆ ครั้งเดียว
6

การตรวจสุขภาพ

พบสัตวแพทย์ปีละ 1 ครั้งสำหรับวัคซีนและตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจข้อสะโพกและข้อศอกด้วย X-ray ก่อนผสมพันธุ์ และตรวจตาทุก 2 ปี

💡 ฉีดวัคซีน preventive ป้องกัน leptospirosis สำคัญมากสำหรับสุนัขที่ชอบว่ายน้ำ
Diet

โภชนาการในแต่ละช่วงวัย

06
ช่วงอายุ ปริมาณต่อวัน มื้อต่อวัน คำแนะนำ
ลูกสุนัข
2–6 เดือน
1.5–2 ถ้วย 3–4 มื้อ อาหารลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ (large breed puppy) · DHA ช่วยพัฒนาสมอง · ห้ามให้อาหารผู้ใหญ่
วัยเจริญเติบโต
6–18 เดือน
2.5–3.5 ถ้วย 2–3 มื้อ แคลเซียมและฟอสฟอรัสสมดุล · ป้องกันกระดูกเจริญเร็วเกินไป
วัยผู้ใหญ่
1.5–7 ปี
3–4 ถ้วย 2 มื้อ โปรตีน 22–26% · ไขมัน 10–15% · กลูโคซามีนช่วยข้อต่อ · ระวังให้มากเกินไป
วัยสูงอายุ
7+ ปี
2.5–3 ถ้วย 2 มื้อ อาหารสูงอายุแคลอรี่ต่ำ · ไฟเบอร์สูง · เสริม omega-3 บำรุงข้อต่อ
Life Stages

ช่วงชีวิตของลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

07
01

ลูกสุนัข

0–6 เดือน

เรียนรู้เข้าสังคม ฝึกพื้นฐาน และฉีดวัคซีนครบชุด

02

วัยรุ่นพลังเหลือล้น

6–18 เดือน

ช่วงท้าทายที่สุด พลังงานสูง ต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอและให้ออกกำลังกายทุกวัน

03

วัยผู้ใหญ่

1.5–7 ปี

นิสัยนิ่งลง พร้อมทำงานและออกกำลังกายเต็มที่

04

วัยสูงอายุ

7+ ปี

ลดความเข้มข้นของกิจกรรม ดูแลข้อต่อและน้ำหนักอย่างใกล้ชิด

Health

โรคที่พบบ่อยในสายพันธุ์

08
55%
โรคอ้วน (Obesity)
ลาบราดอร์ประมาณ 55% มีน้ำหนักเกิน เนื่องจากยีน POMC ที่ทำให้รู้สึกหิวตลอดเวลา — ควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เสี่ยงสูง
40%
โรคข้อสะโพกและข้อศอกเสื่อม (Hip & Elbow Dysplasia)
ข้อต่อพัฒนาผิดปกติ ทำให้เจ็บปวดและขาเป๋เมื่ออายุมาก — ตรวจ X-ray ในสุนัขพ่อแม่พันธุ์
เสี่ยงสูง
25%
โรคตาเสื่อม (Progressive Retinal Atrophy)
เซลล์รับแสงในจอตาเสื่อมสลายทีละน้อย นำไปสู่ตาบอดในที่มืด — ตรวจตาทุก 2 ปี
ปานกลาง
20%
ภาวะ Exercise-Induced Collapse (EIC)
หมดสติหรือขาอ่อนแรงหลังออกกำลังกายหนัก — ตรวจยีนก่อนผสมพันธุ์
ปานกลาง
10%
โรคตับอักเสบเรื้อรัง (Chronic Hepatitis)
ลาบราดอร์มีความเสี่ยงสูงกว่าสายพันธุ์อื่น — ตรวจเลือดตับปีละ 1 ครั้งในสุนัขอายุ 5 ปีขึ้นไป
ต่ำ
น่ารู้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

09
01
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ครองอันดับ 1 สุนัขยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาติดต่อกันนานถึง 31 ปี (ค.ศ. 1991–2022)
02
ลาบราดอร์มีขนสองชั้น (double coat) ชั้นในกันน้ำได้เหมือนชุดดำน้ำ — ทำให้ว่ายน้ำในน้ำเย็นได้นานโดยไม่รู้สึกหนาว
03
สุนัขนำทางผู้พิการทางสายตา (Guide Dog) กว่า 70% ในสหรัฐอเมริกาคือลาบราดอร์
04
ลาบราดอร์สามารถดมกลิ่นสารเคมีได้ในความเข้มข้นระดับ 1 ส่วนต่อล้านล้าน — ใช้ตรวจมะเร็งในลมหายใจผู้ป่วยได้แม่นยำถึง 97%
05
ชื่อ 'ลาบราดอร์' ไม่ได้มาจากแคว้น Labrador ของแคนาดา แต่ตั้งตามทะเล Labrador Sea ที่สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกส่งออกมาครั้งแรก