Home Wiki น้องแมว สฟิงซ์
Sphynx Cat

สฟิงซ์

CAT กลาง CARE: ปานกลาง แมวไร้ขน

รู้จักสฟิงซ์ แมวไร้ขนสัญชาติแคนาดา ผู้รักสังคมและขี้อ้อน ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแลผิว อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

Lifespan
12–15 ปี
ขนาด
กลาง
การดูแล
ปานกลาง
Origin
Toronto
แชร์
แมวสฟิงซ์ไร้ขน หูใหญ่ ดวงตาเด่น นั่งมองตรง
— Sphynx Cat —
FAMILY
FRIENDLY
★★★★★
Overview

ภาพรวม — Sphynx Cat

01

รู้จักสฟิงซ์ แมวไร้ขนสัญชาติแคนาดา ผู้รักสังคมและขี้อ้อน ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแลผิว อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

สฟิงซ์ มีนิสัยโดดเด่นคือ รักสังคม ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น และขี้อ้อน มีถิ่นกำเนิดจากToronto, Canada ด้วยขนาดกลาง และอายุขัยเฉลี่ย 12–15 ปี ระดับการดูแลอยู่ในระดับปานกลาง — เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมให้เวลาและความใส่ใจ

ขนาดกลางอายุขัย12–15 ปี
น้ำหนัก3.5–7 กก. ส่วนสูง / ความยาว23–30 ซม.
นิสัยรักสังคม · ร่าเริง · อยากรู้อยากเห็น · ขี้อ้อน
ระดับการดูแลปานกลาง OriginToronto, Canada
History

ประวัติสายพันธุ์ — Toronto

02
แมวสฟิงซ์ — สายพันธุ์ที่พัฒนาจากการกลายพันธุ์ทางธรรมชาติในโตรอนโต แคนาดา ปี ค.ศ. 1966 ปัจจุบันได้รับการรับรองจากสมาคมแมวทั่วโลก
แมวสฟิงซ์ — สายพันธุ์ที่พัฒนาจากการกลายพันธุ์ทางธรรมชาติในโตรอนโต แคนาดา ปี ค.ศ. 1966 ปัจจุบันได้รับการรับรองจากสมาคมแมวทั่วโลก ที่มา: Wikimedia Commons

สฟิงซ์ Felis catus หรือที่รู้จักในชื่อ Canadian Sphynx เป็นแมวพันธุ์ไร้ขนที่เกิดจากการกลายพันธุ์ทางธรรมชาติ ไม่ใช่การดัดแปลงพันธุกรรม สายพันธุ์นี้เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1966 เมื่อแมวดำขาวตัวหนึ่งในโตรอนโต แคนาดา คลอดลูกไร้ขนชื่อ Prune การค้นพบนี้สร้างความสนใจอย่างมากในหมู่นักเพาะพันธุ์แมว

Ridyadh Bawa นักศึกษาวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ซื้อลูกแมวเหล่านี้และร่วมมือกับครอบครัว Tenhove พัฒนาโปรแกรมเพาะพันธุ์อย่างเป็นระบบ โดยค้นพบว่าลักษณะไร้ขนถ่ายทอดผ่านยีนด้อย (autosomal recessive gene) การค้นพบลูกแมวไร้ขนเพิ่มเติมในมินนิโซตา (1975) และโตรอนโต (1978) ช่วยขยายฐานพันธุกรรมของสายพันธุ์ให้แข็งแกร่งขึ้น The International Cat Association รับรองสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2002

แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาคล้ายสฟิงซ์อียิปต์โบราณ แต่นิสัยของสฟิงซ์กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีขนช่วยควบคุมอุณหภูมิ สฟิงซ์จึงต้องการความอบอุ่นจากร่างกายมนุษย์ตลอดเวลา ในช่วงที่อากาศแปรปรวน ควรอ่านเคล็ดลับดูแลแมวในหน้าฝน เพื่อให้แมวสฟิงซ์อบอุ่นและปลอดภัย แมวสายพันธุ์รักสังคมในระดับเดียวกันได้แก่ แมววิเชียรมาศ ที่ขึ้นชื่อด้านความขี้อ้อนและช่างพูด

ค.ศ. 1966
ลูกแมวชื่อ Prune

แมวไร้ขนชื่อ Prune เกิดในโตรอนโต แคนาดา จากแม่แมวขนสีดำขาว จุดเริ่มต้นของสายพันธุ์

ค.ศ. 1966–1971
Moonstone & Canadian Hairless

Ridyadh Bawa พัฒนาโปรแกรมเพาะพันธุ์แต่ CFA ปฏิเสธการรับรองในปี 1971

ค.ศ. 1975–1978
กลายพันธุ์เพิ่มอีก 2 แหล่ง

พบลูกแมวไร้ขนในมินนิโซตา (1975) และโตรอนโต (1978) ขยายฐานพันธุกรรมของสายพันธุ์

ค.ศ. 1985
ได้ชื่อ 'Sphynx'

สายพันธุ์ได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sphynx แทน Canadian Hairless

ค.ศ. 2002
TICA รับรอง

The International Cat Association (TICA) รับรองสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน
ยอดนิยมทั่วโลก

หนึ่งในแมวยอดนิยมที่สุด โดยเฉพาะในหมู่คนชื่นชอบแมวที่มีเอกลักษณ์

Traits

นิสัยและบุคลิกประจำสายพันธุ์

03
ความขี้อ้อน / ต้องการความสนใจ สูงมาก · 5/5
ความร่าเริงและตลกขบขัน สูงมาก · 5/5
เป็นมิตรกับเด็กและแขก สูงมาก · 5/5
เข้ากับสัตว์อื่น สูง · 4/5
ความต้องการดูแลผิว ต้องการสูง · 4/5
ความต้องการออกกำลังกาย ปานกลาง–สูง · 3.5/5
เสียงร้อง ปานกลาง · 3/5
อยู่คนเดียวได้ ต่ำ · 1.5/5
Care

การดูแลในแต่ละวัน

04
1

การอาบน้ำ

สฟิงซ์ต้องอาบน้ำทุก 1–2 สัปดาห์ เพราะผิวหลั่งน้ำมันสะสมโดยไม่มีขนดูดซับ ถ้าไม่อาบจะมีคราบและกลิ่น

💡 เริ่มอาบน้ำตั้งแต่เล็กเพื่อให้เคยชิน
2

การดูแลหู

หูใหญ่และเปิดโล่งสะสมสิ่งสกปรกเร็ว — ทำความสะอาดด้วยสำลีชุบน้ำยาทำความสะอาดหูสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

💡 อย่าแคะลึก — แค่ส่วนนอกที่มองเห็น
3

การดูแลเล็บและผิว

เล็บต้องตัดทุก 2 สัปดาห์ รอยพับของผิวหนังที่หน้าท้องและรักแร้ต้องเช็ดทำความสะอาดด้วย

💡 ใช้แผ่นเช็ดทำความสะอาดสำหรับสัตว์เลี้ยง
4

การควบคุมอุณหภูมิ

สฟิงซ์หนาวง่ายมาก เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20°C ต้องมีเสื้อผ้าหรือที่นอนอุ่น หลีกเลี่ยงร่างแหและแดดโดยตรง

💡 แมวสฟิงซ์ชอบนอนใกล้แหล่งความอบอุ่น
5

กิจกรรมทางจิต

ฉลาดและเบื่อง่าย ต้องการของเล่น รางวัลปริศนา และเวลาเล่นกับเจ้าของทุกวัน อย่าปล่อยให้เบื่อนาน

💡 เลี้ยงเป็นคู่จะช่วยลดความเหงาได้มาก
6

สุขภาพหัวใจ

สายพันธุ์นี้มีความเสี่ยง HCM สูง — ตรวจ echocardiogram ปีละ 1 ครั้งตั้งแต่อายุ 1 ปี

💡 ซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ที่ตรวจ HCM ทุกรุ่น
Diet

โภชนาการในแต่ละช่วงวัย

05
ช่วงอายุ ปริมาณต่อวัน มื้อต่อวัน คำแนะนำ
ลูกแมว
2–6 เดือน
60–80 กรัม 3–4 มื้อ อาหารเปียกลูกแมวโปรตีนสูง · สำคัญมากช่วงนี้
วัยรุ่น
6–12 เดือน
80–100 กรัม 2–3 มื้อ ผสมอาหารแห้งและเปียก · ดื่มน้ำเพียงพอ
วัยผู้ใหญ่
1–10 ปี
100–150 กรัม 2 มื้อ โปรตีนสัตว์สูง · ไขมันพอเหมาะ · หลีกเลี่ยงธัญพืชมาก
วัยสูงอายุ
10+ ปี
80–120 กรัม 2 มื้อ สูตรสูงอายุ · บำรุงไตและหัวใจ
Life Stages

ช่วงชีวิตของสฟิงซ์

06
01

ลูกแมว

0–6 เดือน

ฉีดวัคซีน เรียนรู้สังคม เคยชินกับการอาบน้ำตั้งแต่เนิ่น

02

วัยรุ่น

6–12 เดือน

พลังงานสูง ซุกซน ต้องการของเล่นและกิจกรรมหลากหลาย

03

วัยผู้ใหญ่

1–10 ปี

นิสัยคงที่ ตรวจหัวใจปีละ 1 ครั้ง รักษาการอาบน้ำสม่ำเสมอ

04

วัยสูงอายุ

10+ ปี

ใส่ใจหัวใจและไต เพิ่มความถี่การตรวจ ดูแลความอบอุ่นร่างกาย

Health

โรคที่พบบ่อยในสายพันธุ์

07
45%
กล้ามเนื้อหัวใจหนา (HCM — Hypertrophic Cardiomyopathy)
ความเสี่ยงสูงสุดของสายพันธุ์ — ตรวจ echocardiogram ปีละ 1 ครั้ง พบได้ในแมวทุกช่วงอายุ
เสี่ยงสูง
30%
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy)
อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในบางสายพันธุ์ — ยืนยันกับผู้เพาะพันธุ์ว่าตรวจแล้ว
เสี่ยงสูง
25%
ผิวหนังอักเสบ (Skin Conditions)
ผิวสัมผัสสิ่งแวดล้อมโดยตรงโดยไม่มีขนป้องกัน เสี่ยงแดดเผา สิว และผดผื่น
ปานกลาง
15%
โรคระบบทางเดินหายใจ
คอใหญ่และช่องจมูกบางรุ่นแบน อาจมีปัญหาทางเดินหายใจ — หลีกเลี่ยงอากาศเย็นจัดหรือร้อนจัด
ปานกลาง
8%
โรคเหงือกและฟัน
แปรงฟันสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ป้องกันหินปูนและโรคเหงือก
ต่ำ
น่ารู้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสฟิงซ์

08
01
สฟิงซ์ไม่ได้ไร้ขนจริง ๆ — ผิวหนังมีขนอ่อนเส้นเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้สัมผัสคล้ายลูกพีชอบอุ่น
02
สฟิงซ์มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าแมวทั่วไป 4–5 องศา เพราะไม่มีขนช่วยควบคุมอุณหภูมิ จึงรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส
03
แม้ชื่อจะเรียกตามสฟิงซ์อียิปต์โบราณ แต่สายพันธุ์นี้เพิ่งถือกำเนิดในโตรอนโต แคนาดา ปี ค.ศ. 1966
04
สฟิงซ์มักถูกจัดให้เป็น 'สุนัขในร่างแมว' เพราะชอบวิ่งรับบอล ทำกายกรรม และเดินตามเจ้าของทุกที่