Home Wiki น้องหมา อากิตะ
Akita

อากิตะ

DOG ใหญ่ CARE: ยาก หมาญี่ปุ่นขนาดใหญ่

รู้จัก อากิตะ สุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ผู้สง่างาม ครอบคลุม นิสัย การดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

Lifespan
10–14 ปี
ขนาด
ใหญ่
การดูแล
ยาก
Origin
Japan
แชร์
อากิตะ สีแดงส้ม นั่งมองกล้องด้วยสายตาสง่า
— Akita —
FAMILY
FRIENDLY
★★★★★
Overview

ภาพรวม — Akita

01

รู้จัก อากิตะ สุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ผู้สง่างาม ครอบคลุม นิสัย การดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

อากิตะ มีนิสัยโดดเด่นคือ ซื่อสัตย์ สง่างาม กล้าหาญ และเฝ้าบ้าน มีถิ่นกำเนิดจากJapan ด้วยขนาดใหญ่ และอายุขัยเฉลี่ย 10–14 ปี ระดับการดูแลอยู่ในระดับยาก — เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมให้เวลาและความใส่ใจ

ขนาดใหญ่อายุขัย10–14 ปี
น้ำหนัก32–59 กก. ส่วนสูง / ความยาว58–67 ซม.
นิสัยซื่อสัตย์ · สง่างาม · กล้าหาญ · เฝ้าบ้าน
ระดับการดูแลยาก OriginJapan
History

ประวัติสายพันธุ์ — Japan

02
"อากิตะของนายคิตายามะ ถ่ายราวปี ค.ศ. 1907 ในเมืองโอดาเตะ จังหวัดอากิตะ ประเทศญี่ปุ่น"
"อากิตะของนายคิตายามะ ถ่ายราวปี ค.ศ. 1907 ในเมืองโอดาเตะ จังหวัดอากิตะ ประเทศญี่ปุ่น"

อากิตะ (Canis lupus familiaris) เป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดอากิตะทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู สายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ล่าหมี กวางและหมูป่าในป่าภูเขาที่หนาวเย็น ชาวญี่ปุ่นถือว่าอากิตะเป็นสัญลักษณ์แห่งสุขภาพ ความสุข และอายุยืน จึงมักมอบตุ๊กตาอากิตะเป็นของขวัญให้ผู้ป่วยหรือทารกแรกเกิด

การเกือบสูญพันธุ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากการขาดแคลนอาหารและโรคระบาดทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องดำเนินโครงการฟื้นฟูสายพันธุ์อย่างเป็นระบบ ต่อมาเฮเลน เคลเลอร์ เป็นผู้นำสายพันธุ์นี้เข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี 1937 ทำให้เกิดการแยกสายพันธุ์เป็น “อากิตะญี่ปุ่น” และ “อากิตะอเมริกัน” ที่มีลักษณะต่างกันในปัจจุบัน เรื่องราวของฮาจิโกะ สุนัขอากิตะที่รอเจ้าของที่สถานีชิบูยาโดยไม่รู้ว่าเจ้าของได้จากไปแล้ว กลายเป็นตำนานสะท้อนความซื่อสัตย์อันเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้

ในประเทศไทย อากิตะยังเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อยนักเนื่องจากราคาสูงและความต้องการดูแลเป็นพิเศษในสภาพอากาศร้อนชื้น เจ้าของที่ดีต้องพร้อมลงทุนกับระบบปรับอากาศ พื้นที่กว้าง และการฝึกอย่างจริงจัง อากิตะไม่เหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดหรือผู้ที่เลี้ยงสัตว์เป็นครั้งแรก แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ สุนัขสายพันธุ์นี้จะเป็นเพื่อนตลอดชีวิตที่ซื่อสัตย์และน่าประทับใจ — คล้ายกับชิบะ อินุ ที่มีรากเหง้าจากญี่ปุ่นเช่นกัน แต่มีขนาดและความต้องการที่แตกต่างกันอย่างมาก

สำหรับผู้ที่สนใจสุนัขขนาดใหญ่สายพันธุ์อื่น ร็อตไวเลอร์ และ เยอรมัน เชพเพิร์ด ก็เป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาควบคู่กันไป

ค.ศ. 1600s
สุนัขล่าสัตว์แห่งอากิตะ

บรรพบุรุษของอากิตะถูกพัฒนาในแถบจังหวัดอากิตะบนเกาะฮอนชูเพื่อล่าหมี กวาง และหมูป่าบนภูเขา

ค.ศ. 1630s
สุนัขของซามูไร

ไดเมียวมาตสึดาอิระ สึนานอริ ออกกฤษฎีกาคุ้มครองสายพันธุ์และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดูแลสุนัขโดยเฉพาะ

ค.ศ. 1927
ก่อตั้งสมาคมอนุรักษ์

Akiho (สมาคมอนุรักษ์อากิตะ) ก่อตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองและกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์

ค.ศ. 1931
Natural Monument ของญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้อากิตะเป็นสมบัติทางธรรมชาติของชาติ

ค.ศ. 1937
เข้าสู่อเมริกา

เฮเลน เคลเลอร์ นำอากิตะสองตัวกลับจากญี่ปุ่น นับเป็นสุนัขสายพันธุ์นี้ตัวแรกในสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน
สัญลักษณ์แห่งญี่ปุ่น

อากิตะได้รับการยอมรับจาก AKC ในปี 1972 และได้รับความนิยมทั่วโลกในฐานะสุนัขผู้สง่างามและซื่อสัตย์

Traits

นิสัยและบุคลิกประจำสายพันธุ์

03
ความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ สูงสุด · 5/5
การเฝ้าบ้าน สูงมาก · 5/5
ความฉลาด สูง · 4/5
ความเป็นมิตรกับสัตว์อื่น ต่ำ · 1.5/5
ความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า ต่ำ · 1/5
ความต้องการออกกำลัง สูง · 3.5/5
การฝึกง่าย ยาก · 2/5
การปรับตัวในคอนโด ไม่เหมาะ · 1/5
Variants

สีและพันธุ์ย่อย

04
สีแดง (Red)
สีแดง (Red)
สีที่พบมากที่สุดในอากิตะญี่ปุ่น ขนสีแดงส้มสดใสพร้อมลายขาว Urajiro ที่แก้ม คอ และท้อง
สีขาว (White)
สีขาว (White)
ขนขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว ไม่มีลาย Urajiro — เป็นสีที่หายากและเป็นที่ต้องการในญี่ปุ่น
ลายบรินเดิล (Brindle)
ลายบรินเดิล (Brindle)
ลายแถบมืดบนพื้นสีแดง-ส้ม ให้ลักษณะดุดันและแข็งแกร่ง พบได้ทั้งในอากิตะญี่ปุ่นและอเมริกัน
Care

การดูแลในแต่ละวัน

05
1

การออกกำลังกาย

ต้องการเดินหรือวิ่งอย่างน้อยวันละ 60–90 นาที อากิตะมีพลังงานสูงและต้องการพื้นที่กว้าง ขาดการออกกำลังนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวและการทำลายข้าวของ

💡 มีสวนหรือลานให้วิ่งเล่นอิสระจะช่วยได้มาก เลี้ยงในบ้านที่มีพื้นที่เปิดโล่งเสมอ
2

การแปรงขน

ขนสองชั้นหนาต้องแปรงสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง และทุกวันในฤดูผลัดขน (2 ครั้งต่อปี) ควรใช้หวีฟันถี่และ Furminator เพื่อดึงขนชั้นในออก

💡 อาบน้ำทุก 6–8 สัปดาห์ อากิตะมีนิสัยสะอาดคล้ายแมวและดูแลขนตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง
3

การฝึกและ Socialization

อากิตะเป็นสุนัขที่มีอำนาจสูง ต้องการผู้ฝึกที่มีประสบการณ์และใช้การเสริมแรงทางบวกอย่างสม่ำเสมอ Socialization ตั้งแต่ลูกสุนัขสำคัญมากเพื่อป้องกันการก้าวร้าวกับคนแปลกหน้า

💡 ฝึกคำสั่งพื้นฐานตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ ใช้ขนมล่อและคำชมแทนการบังคับ
4

อุณหภูมิในประเทศไทย

อากิตะมีขนหนาสองชั้นที่ออกแบบมาสำหรับอากาศหนาวจัด อาจทนร้อนได้ยากในไทย ต้องเปิดแอร์ 24 ชั่วโมง งดออกกำลังในกลางวัน และเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมตลอดเวลา

💡 ติดตั้งกล้องดูอุณหภูมิบ้าน ถ้าเกิน 28°C อย่าปล่อยให้อยู่นอกบ้านนาน
5

ความปลอดภัยกับสัตว์อื่น

อากิตะมีสัญชาตญาณล่าสัตว์สูงและมักไม่เข้ากับสุนัขพันธุ์อื่นหรือแมว ควรอยู่ในบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น หรือได้รับการ Socialize ร่วมกันตั้งแต่เล็ก

💡 เดินสายจูงเสมอในที่สาธารณะ อย่าปล่อยในพื้นที่ที่มีสุนัขตัวอื่นโดยไม่ควบคุม
6

สุขภาพฟันและข้อต่อ

แปรงฟันอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ตรวจสุขภาพข้อต่อปีละครั้งเพราะอากิตะมีความเสี่ยงโรคข้อสะโพก

💡 งดอาหารที่มีน้ำหนักเกิน น้ำหนักตัวที่เหมาะสมช่วยลดภาระข้อต่อได้มาก
Diet

โภชนาการในแต่ละช่วงวัย

06
ช่วงอายุ ปริมาณต่อวัน มื้อต่อวัน คำแนะนำ
ลูกสุนัข
2–6 เดือน
200–300 กรัม/วัน 3–4 มื้อ/วัน อาหารลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ สูตร Large Breed ที่มีแคลเซียมสมดุลเพื่อกระดูกแข็งแรง
วัยรุ่น
6–18 เดือน
350–500 กรัม/วัน 2–3 มื้อ/วัน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอาหารผู้ใหญ่ ติดตามน้ำหนักไม่ให้อ้วนเพราะกระดูกยังโตอยู่
วัยผู้ใหญ่
2–7 ปี
500–650 กรัม/วัน 2 มื้อ/วัน โปรตีนสูงจากเนื้อแท้ หลีกเลี่ยงธัญพืชมากเกินไป เน้น Omega-3 เพื่อขนและข้อต่อ
วัยสูงอายุ
7+ ปี
400–500 กรัม/วัน 2 มื้อ/วัน อาหาร Senior สูตรข้อต่อ เพิ่มกลูโคซามีน ลดแคลอรีเพื่อควบคุมน้ำหนัก
Life Stages

ช่วงชีวิตของอากิตะ

07
01

ลูกสุนัข

0–6 เดือน

ช่วงสำคัญที่สุด — Socialization กับคน เด็ก และสัตว์อื่นเพื่อสร้างนิสัยที่สมดุล

02

วัยรุ่น

6–18 เดือน

พลังงานสูงสุดและเริ่มแสดงตัวตน ต้องการการฝึกสม่ำเสมอและขอบเขตที่ชัดเจน

03

วัยผู้ใหญ่

2–7 ปี

นิสัยนิ่งและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพปีละครั้ง

04

วัยสูงอายุ

7+ ปี

เพิ่มความถี่ตรวจสุขภาพเป็น 2 ครั้งต่อปี เฝ้าระวังข้อสะโพก น้ำหนัก และสายตา

Health

โรคที่พบบ่อยในสายพันธุ์

08
55%
โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia)
พบบ่อยในพันธุ์ใหญ่ อาการคือเดินขาเป๋ เจ็บปวดข้อ ควรตรวจ OFA certification ก่อนซื้อและให้อาหาร Large Breed เพื่อควบคุมการเติบโต
เสี่ยงสูง
40%
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Sebaceous Adenitis)
อากิตะมีแนวโน้มอักเสบต่อมไขมันผิวหนัง ขนร่วง ผิวแห้ง ควรตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังในสุนัขพ่อแม่พันธุ์
เสี่ยงสูง
30%
โรคพองกระเพาะ (Bloat / GDV)
กระเพาะบิดพลิก พบบ่อยในสุนัขหน้าอกลึก อาการเร่งด่วน — พาหมอทันทีหากท้องโป่ง หายใจลำบาก
เสี่ยงสูง
20%
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (VKH)
Vogt-Koyanagi-Harada syndrome พบในอากิตะมากกว่าพันธุ์อื่น ส่งผลต่อตาและผิวหนัง สามารถรักษาด้วยยากดภูมิ
ปานกลาง
10%
โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)
อ้วนง่าย ขนร่วง เซื่องซึม ตรวจเลือดประจำปีและรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน
ต่ำ
น่ารู้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอากิตะ

09
01
อากิตะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์และโชคดีในญี่ปุ่น — การมอบตุ๊กตาอากิตะให้ผู้ป่วยหมายถึงการอวยพรให้หายเร็ว
02
ฮาจิโกะ สุนัขอากิตะผู้โด่งดัง รอเจ้าของที่สถานีรถไฟโตเกียวทุกวันนานกว่า 9 ปีหลังจากเจ้าของเสียชีวิต
03
อากิตะมีพังผืดระหว่างนิ้วเท้า ทำให้ว่ายน้ำเก่งกว่าสุนัขพันธุ์ส่วนใหญ่
04
เฮเลน เคลเลอร์ เป็นชาวอเมริกันคนแรกที่นำอากิตะเข้ามาในสหรัฐฯ หลังเยือนญี่ปุ่นในปี 1937