Home Wiki น้องหมา บีเกิล
Beagle

บีเกิล

DOG กลาง CARE: ปานกลาง สุนัขสายพันธุ์กลาง

รู้จักบีเกิล สุนัขนักล่ากลิ่นสัญชาติอังกฤษ ผู้ร่าเริงและอยากรู้อยากเห็น ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

Lifespan
12–15 ปี
ขนาด
กลาง
การดูแล
ปานกลาง
Origin
England
แชร์
บีเกิล ขนลายสามสี นั่งมองตรง
— Beagle —
FAMILY
FRIENDLY
★★★★★
Overview

ภาพรวม — Beagle

01

รู้จักบีเกิล สุนัขนักล่ากลิ่นสัญชาติอังกฤษ ผู้ร่าเริงและอยากรู้อยากเห็น ครอบคลุมนิสัย วิธีดูแล อาหาร และสุขภาพ สำหรับเจ้าของชาวไทย

บีเกิล มีนิสัยโดดเด่นคือ ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น เป็นมิตร และดื้อรั้น มีถิ่นกำเนิดจากEngland, UK ด้วยขนาดกลาง และอายุขัยเฉลี่ย 12–15 ปี ระดับการดูแลอยู่ในระดับปานกลาง — เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมให้เวลาและความใส่ใจ

ขนาดกลางอายุขัย12–15 ปี
น้ำหนัก9–11 กก. ส่วนสูง / ความยาว33–41 ซม.
นิสัยร่าเริง · อยากรู้อยากเห็น · เป็นมิตร · ดื้อรั้น
ระดับการดูแลปานกลาง OriginEngland, UK
History

ประวัติสายพันธุ์ — England

02
ฝูงบีเกิล Caynsham Foot Beagles ราว ค.ศ. 1885 — หนึ่งในภาพถ่ายฝูงบีเกิลที่เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกไว้ ประเทศอังกฤษ
ฝูงบีเกิล Caynsham Foot Beagles ราว ค.ศ. 1885 — หนึ่งในภาพถ่ายฝูงบีเกิลที่เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกไว้ ประเทศอังกฤษ ที่มา: Wikimedia Commons

บีเกิล Canis lupus familiaris เป็นสุนัขสืบกลิ่นสายพันธุ์อังกฤษที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี สายพันธุ์ดั้งเดิมมีการบันทึกในอังกฤษตั้งแต่สมัยกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 2 และพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 1 ซึ่งทรงเลี้ยง Pocket Beagle ขนาดเล็กพิเศษที่เล็กพอจะบรรจุในกระเป๋าสนาม

สายพันธุ์บีเกิลยุคใหม่เริ่มต้นในช่วงทศวรรษ 1830 เมื่อ Reverend Phillip Honeywood ก่อตั้งฝูงบีเกิลในมณฑลเอสเซกซ์ ด้วยการผสมสุนัขล่าสัตว์หลายสายพันธุ์ รวมถึง Southern Hound และ North Country Beagle จุดมุ่งหมายคือได้สุนัขที่มีจมูกไว สามารถตามกลิ่นกระต่ายและสัตว์เล็กได้อย่างแม่นยำ

American Kennel Club รับรองสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1884 และนับแต่นั้น บีเกิลก็กลายเป็นสุนัขยอดนิยมทั้งในฐานะสุนัขทำงาน สุนัขสืบกลิ่นศุลกากร และสัตว์เลี้ยงในครอบครัว ในไทย บีเกิลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากบีเกิลมีแนวโน้มน้ำหนักเกินได้ง่ายจึงควรศึกษาคู่มือโภชนาการสุนัข ควบคู่การดูแลสายพันธุ์ที่มีนิสัยเป็นมิตรคล้ายกัน อย่างแล็บราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ที่หลายครอบครัวเลือกเลี้ยงคู่กัน

ก่อน ค.ศ. 1400
บรรพบุรุษโบราณ

สุนัขล่าสัตว์ขนาดเล็กในอังกฤษมีบันทึกตั้งแต่ยุคกลาง Chaucer และ Shakespeare กล่าวถึงในงานเขียน

ค.ศ. 1066
การพิชิตนอร์มัน

William the Conqueror นำ St. Hubert Hound เข้าอังกฤษ หนึ่งในบรรพบุรุษสำคัญของบีเกิล

ค.ศ. 1830
พัฒนาสายพันธุ์ยุคใหม่

Rev. Phillip Honeywood ก่อตั้งฝูงบีเกิลในเอสเซกซ์ วางรากฐานสายพันธุ์ปัจจุบัน

ค.ศ. 1884
รับรองในสหรัฐ

American Kennel Club (AKC) รับรองบีเกิลเป็นสายพันธุ์มาตรฐาน

ค.ศ. 1890
The Beagle Club

ก่อตั้งสมาคมบีเกิลในอังกฤษ พร้อมกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน
Top 10 โลก

หนึ่งในสุนัขยอดนิยมต่อเนื่อง โดดเด่นทั้งงานล่าสัตว์ สุนัขสืบ และสัตว์เลี้ยง

Traits

นิสัยและบุคลิกประจำสายพันธุ์

03
ความอยากรู้อยากเห็น สูงมาก · 5/5
เป็นมิตรกับเด็ก สูงมาก · 5/5
เข้ากับสัตว์อื่น สูง · 4/5
ความต้องการออกกำลังกาย สูง · 4/5
เสียงเห่า/หอน สูงมาก · 5/5
ฝึกได้ง่าย ปานกลาง · 2.5/5
การร่วงของขน ปานกลาง · 2.5/5
อยู่คนเดียวได้ ต่ำ · 2/5
Care

การดูแลในแต่ละวัน

04
1

การออกกำลังกาย

บีเกิลต้องการออกกำลังกาย 60 นาทีต่อวัน — เดินเร็ว วิ่ง หรือเล่นในพื้นที่ปิด เพราะกลิ่นใด ๆ จะพาเขาวิ่งหนีได้ทันที

💡 ใช้สายจูงเสมอ — บีเกิลตามกลิ่นจนลืมตัวเองได้
2

การดูแลขน

ขนสั้นดูแลง่าย แปรงสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง อาบน้ำทุก 4–6 สัปดาห์ หรือเมื่อเปรอะ

💡 ตรวจหูทุกสัปดาห์ — หูพับเสี่ยงอักเสบสูง
3

การจัดการเสียง

บีเกิลหอนและเห่าเป็นธรรมชาติ ฝึกตั้งแต่เล็กด้วยคำสั่ง 'เงียบ' และรางวัล เพื่อป้องกันปัญหาเพื่อนบ้าน

💡 กิจกรรมจมูก (nose work) ช่วยระบายพลังงานได้ดีมาก
4

การฝึก

บีเกิลฉลาดแต่ดื้อ — ใช้วิธีให้รางวัลและอาหาร ฝึกทีละสั้น ๆ 5–10 นาที อย่าฝึกนานจนเบื่อ

💡 อาหารคือแรงจูงใจที่ดีที่สุดสำหรับบีเกิล
5

ความปลอดภัย

บีเกิลเป็นนักหนี — รั้วต้องสูงอย่างน้อย 1.5 เมตร และฝังลึกป้องกันขุดหนี ห้ามปล่อยวิ่งอิสระในที่โล่ง

💡 ฝังไมโครชิพและติดป้ายชื่อ — เผื่อหลงทาง
6

การตรวจสุขภาพ

พบสัตวแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เฝ้าระวังน้ำหนักตัว ตรวจหู และตา ในช่วงสูงอายุตรวจทุก 6 เดือน

💡 บีเกิลมักอ้วนง่าย — คุมอาหารเข้มงวด
Diet

โภชนาการในแต่ละช่วงวัย

05
ช่วงอายุ ปริมาณต่อวัน มื้อต่อวัน คำแนะนำ
ลูกสุนัข
2–6 เดือน
1–1.5 ถ้วย 3–4 มื้อ สูตรลูกสุนัขโปรตีนสูง · แคลเซียมเพื่อกระดูก
วัยเจริญเติบโต
6–12 เดือน
1.5–2 ถ้วย 2–3 มื้อ เปลี่ยนเป็นสูตรผู้ใหญ่อย่างค่อยเป็นค่อยไป
วัยผู้ใหญ่
1–7 ปี
1.5–2 ถ้วย 2 มื้อ โปรตีน 22% · ควบคุมแคลอรี่ป้องกันอ้วน
วัยสูงอายุ
7+ ปี
1.25–1.75 ถ้วย 2 มื้อ แคลอรี่ต่ำ · ไฟเบอร์สูง · บำรุงข้อต่อ
Life Stages

ช่วงชีวิตของบีเกิล

06
01

ลูกสุนัข

0–6 เดือน

เรียนรู้สังคม ฉีดวัคซีน เริ่มฝึกกฎบ้านตั้งแต่เนิ่น

02

วัยรุ่น

6–18 เดือน

พลังงานเหลือล้น ทดสอบขอบเขต ฝึกคำสั่งพื้นฐานสม่ำเสมอ

03

วัยผู้ใหญ่

1.5–7 ปี

นิสัยคงที่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุมน้ำหนักตัว

04

วัยสูงอายุ

7+ ปี

ลดกิจกรรมหนัก ใส่ใจข้อต่อ น้ำหนัก และสุขภาพหู

Health

โรคที่พบบ่อยในสายพันธุ์

07
42%
โรคอ้วน (Obesity)
บีเกิลกินเก่งมาก หากไม่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะน้ำหนักเกินภายใน 1–2 ปี
เสี่ยงสูง
30%
โรคหูอักเสบ (Ear Infections)
หูพับปิดทางเดินอากาศ ทำให้ชื้นและเชื้อราสะสม — ทำความสะอาดหูสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เสี่ยงสูง
20%
โรคลมชัก (Idiopathic Epilepsy)
พบในสายพันธุ์นี้บ่อยกว่าค่าเฉลี่ย — หากมีอาการชักให้พบสัตวแพทย์ทันที
ปานกลาง
15%
โรคดิสก์กระดูกสันหลัง (IVDD)
หลังยาวสัมพันธ์กับความเสี่ยง — ป้องกันด้วยการไม่ให้กระโดดสูงบ่อย
ปานกลาง
10%
โรคตา (Glaucoma)
ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ สังเกตอาการตาแดง น้ำตาไหลมาก
ต่ำ
น่ารู้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบีเกิล

08
01
Snoopy จากการ์ตูน Peanuts เป็นบีเกิลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก สร้างสรรค์โดย Charles M. Schulz ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950
02
บีเกิลมีเซลล์รับกลิ่นมากกว่า 220 ล้านเซลล์ — มากกว่ามนุษย์ถึง 40 เท่า ทำให้สามารถติดตามกลิ่นที่เก่าถึง 3 วันได้
03
NASA เลือกบีเกิลเข้าร่วมการทดลองวิทยาศาสตร์ในช่วงทศวรรษ 1960 เนื่องจากขนาดตัวที่เหมาะสมและอุปนิสัยที่สงบ
04
'The Beagle Brigade' คือทีมสุนัขสืบกลิ่นของกรมศุลกากรสหรัฐที่ใช้บีเกิลตรวจหาอาหารต้องห้ามในสนามบินทั่วประเทศ