ชินชิลล่า (Chinchilla lanigera) เป็นสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมบนเทือกเขาแอนดีสที่สูงชันในแถบประเทศชิลี เปรู โบลิเวีย และอาร์เจนตินา ท่ามกลางสภาพอากาศโบราณที่หนาวเย็นจัดและแห้งแล้งอย่างยิ่งบนความสูงกว่า 3,000–5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ ธรรมชาติจึงได้รังสรรค์ให้พวกเขามีเส้นขนที่หนาแน่นที่สุดในบรรดาสัตว์บกทั้งหมด โดยในหนึ่งรูขุมขนของชินชิลล่าจะมีเส้นขนเส้นละเอียดงอกออกมามากถึง 50–80 เส้น ทำให้พวกเขามีสัมผัสที่นุ่มนวลเบาสบายราวกับปุยเมฆและไม่มีสิ่งสกปรกหรือปรสิตใดๆ สามารถเล็ดลอดเข้าไปถึงผิวหนังได้
ในช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ขนที่หนานุ่มอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นนี้ได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมของสายพันธุ์ เมื่อนักล่าชาวสเปนและชาวยุโรปได้เริ่มทำการล่าชินชิลล่าป่าอย่างกว้างขวางเพื่อนำขนไปทำเป็นเครื่องนุ่งห่มราคาแพง ส่งผลให้ประชากรชินชิลล่าป่าเกือบสูญพันธุ์ไปจากเทือกเขาแอนดีส จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1923 นายเหมืองชาวอเมริกันชื่อ แมทเธียส แชปแมน ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลชิลีให้นำชินชิลล่าป่าที่เหลือรอดเพียง 11 ตัวเดินทางข้ามมหาสมุทรไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเริ่มต้นโครงการเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์ จนกลายมาเป็นต้นกำเนิดของชินชิลล่าสัตว์เลี้ยงทั่วโลกในปัจจุบัน
ปัจจุบันในประเทศไทย ชินชิลล่าจัดเป็นสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic Pet) ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากหน้าตาที่น่ารักคล้ายหนูกึ่งกระต่ายและดวงตากลมอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นจัดของประเทศไทยถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเลี้ยงดู ผู้เลี้ยงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมอุณหภูมิห้องเลี้ยงด้วยเครื่องปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง และดูแลเรื่องความชื้นและอาหารการกินอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากได้รับการเลี้ยงดูและใส่ใจอย่างถูกวิธี ชินชิลล่าก็จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่สะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นตัว และมีความเป็นมิตรคอยสร้างเสียงหัวเราะให้ครอบครัวไปได้ยาวนานกว่าสิบปี เช่นเดียวกับแฮมสเตอร์ และกระต่าย ที่เป็นสัตว์ฟันแทะยอดนิยมร่วมกัน